ไม่เพียงเป็นแหล่งปลูกพืชผักทางการเกษตรและแหล่งปลูกดอกดาวเรืองแหล่งใหญ่ของเมืองไทยเท่านั้น หากอำเภอพบพระยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทยอีกด้วย โดยมีพื้นที่ปลูกกุหลาบประมาณ 7,000 ไร่ซึ่งนับว่ามากที่สุดในภาคเหนือ และมีสวนกุหลาบกระจายอยู่ทุกตำบล ด้วยสภาพภูมิอากาศเหมาะสม พื้นที่ไม่สูงชันมากนัก และสภาพดินอุดมไปด้วยแร่ธาตุอันสมบูรณ์ที่เอื้อต่อการปลูกกุหลาบ

จึงมีผู้ริเริ่มนำกุหลาบเข้ามาปลูกในอำเภอพบพระตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 และได้ขยายพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่อง โดยมีกุหลาบหลายสายพันธุ์ให้นักท่องเที่ยวเลือกชม แต่พันธุ์ไฮไลท์ต้องยกให้กุหลาบไร้หนาม ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมไร่กุหลาบได้ตลอดทั้งปี โดยไร่ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สวนสายทอง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 9 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ เป็นแหล่งท่องเที่ยวการปลูกกุหลาบเชิงคุณภาพ ที่นั่นคุณจะได้ชมดอกกุหลาบไร้หนาม ดอกกุหลาบแต้มสีดอกมหัศจรรย์ ออสโมซิสกุหลาบสีจากสีขาวเป็นสีต่างๆ ไร่ปฐมเพชร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ เป็นแหล่งท่องเที่ยวการปลูกกุหลาบ ผักปลอดภัยจากสารพิษ มีการทำกุหลาบแปรรูปด้วยการอบแห้งด้วยทรายซิลิก้า (กุหลาบอบแห้งในภาชนะแก้วใส) ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมของพื้นที่ และกุหลาบแดงแปรรูปดังกล่าวสามารถอยู่ได้นานนับ 10 ปี ในสภาพที่สวยงามและเหมือนดอกสด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand